2008/Mar/15

สอบเสร็จแล้วล่ะ อิอิโล่งใจอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่า บางวิชาจะทำได้บ้าง แต่ก็เครียด อ่ะ

เมื่อคราวที่แล้ว มูมู่ มาบอกว่า อยากอ่านเรื่องที่ไปเดท กันวันนั้น เลยคิดว่าจะอัพ

เมื่อวัน..ไหนไม่รู้ จำได้ว่าเป็นัวนอาทิตย์ ทั้งๆที่ต้องนอนตีพุงอยู่บ้าน แต่ต้องแต่งตัว มา ที่ มหาวิทยาลัย

เพราะว่าครั้งนี้ต้องเข้าสัมนาใหญ่ของวิชา สวู..โอ่ย เซงงงง

ก่อนเข้าห้องก็เจอ พลอยเอกเกาหลีที่ห้านหน้า หอสมุดก็เลยคุยกัน

พลอยบอกว่า ซสึบาสะ พึ่งมาถึงไทย

คือคนที่ชื่อว่าซสึบาสะ เราเคย คุยกับเขาครั้งหนึ่ง แต่แค่ทักทายกันเฉยๆนะ

พลอยบอกว่าซสึบาสะอยากได้เพื่อนคนไทยที่พูดญี่ปุ่นได้ เลยจะแนะนำเราให้

 แล้ว ซสึบาสะก็ยังจำเราได้ด้วยนะ ที่เคยคุยกันคราวนู้นน่ะ ฮ่าๆ

แต่ว่า ทีแรกไม่ได้ตั้งใจจะไปเจอกันเลย

บังเอิญพอสัมนาเสร็จ เห็นพลอยยืนรอฝ้ายอยู่คนเดียว เลยยืนรอเป็นเพื่อน

คุยไปคุยมา รู้ว่า พลอยจะไปสยาม มู่และจิตก็จะไปสยามเหมือนกัน

แบบว่าเพื่อนๆไปหมดเลย ก็เลยอยากไปบ้าง เลยไป ฮ่าๆ

แล้วบังเอิญว่า ซสึบาสะอยู่แถวๆสยามอยู่พอดี พลอยเลยบอกว่า ให้อยู่รอเจอซสึบาสะก่อน

ระหว่างนั้นก็เลยเดินเล่นกันไปเรื่อยๆตามประสา

แล้วมาที่สยามดิสปรากฏว่า ได้เจอ บี้เดอะ สตาร์ด้วย กรี๊ดเลยเว้ยยยยยยยย

ทำไมดวงดีขนาดนี้ฟะ บังเอิญ บี้ มา เล่นคอนเล็กๆของ งานเปิดตัว คอนเทคเลนส์

ซักพักก็ ไปเจอซสึบาสะที่หน้า ซเวนเซ่นส แล้วก็เข้าไปในร้าน

 ตอนแรกเรากับมู่ไม่กินเพราะไม่มีเงิน แต่ซสึบาสะเขาเลี้ยง เลยกิน ฮ่าๆ

ระหว่างกินก็คุยกันไปเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นเรื่อง งานอดิเรกและเรื่องผู้หญิง

ด้วยความที่ว่าเกร็งมากๆ บวกกับความโง่ ทำให้พูดคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ปล่อยไก่ไปซะเยอะ

ดูท่าคงจะโง่จัด ถึงขนาดที่ซสึบาสะพูดว่า นี่ตกลงเรียนภาษาญี่ปุ่นกันจริงๆหรือเปล่าเนี้ยยยย

ตอนนั้นรู้สึกเศร้าใจมากๆ อยากจะพูดว่า ถึงแม้ว่าจะเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่ใช่ว่าจะเก่ง

แต่ตอนนั้นนึกไม่ออกว่ามันพูดอะไร โอ่ย แค้นใจเว้ย เลยบอกไปว่า ในห้องฉันเรียนแย่ที่สุด

แล้วก็อยากจะเลิกเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่พอดี หึหึ

ก็เท่าที่คุย ก็นะ ซสึบาสะไม่ค่อยเอาอะไรซักอย่าง

หนังสือไม่อ่าน เพลงไม่ฟัง ไม่เล่นกีฬา ไม่ชอบสัตว์

เอ่อ..คนที่จะมาเป็นแฟน ก็ ลำบากหน่อยนะ หาเรื่องคุยยากมากกกกกกกกกกกก

เขาชอบคนอายุเท่าน ไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่แต่งหน้า แบบว่า ชอบแบบธรรมชาติมากกว่า

แล้วก็ไม่ชอบผู้หญิงที่เห็นแก่ตัว(แล้วถามมาทำไมเนี้ยยยยยยยย)

กินติมเสร็จ มู่ก็แยกออก แต่มู่ไปส่งพวกเราที่ มาบุญครองก่อน

ความจริงตอนแรกวันนี้เรานัดพี่เก๋ไว้แต่ว่า โทรไปเลื่อนนัดเลยอยู่ได้อีกยาว

ไปมาบุญครองก็เล่นเกมส์กัน แต่เราไม่เล่น อิอิ ทั้งๆที่เมื่อก่อนเห็นตู้เกมส์ไม่ได้เชียวววว

น่าแปลกมากที่หลังจากที่มู่ไปเราคุยกับซสึบาสะรู้เรื่องมากขึ้น

คงเป็นเพราะว่า เหลือตัวคนเดียว พลอยก็พูดญี่ปุ่นไม่ได้

ก็เลยต้องช่วยเหลือตัวเอง ประมาณนั้นเลย

แล้วจากนั้นก็ จะไปกินข้าวกันก่อนที่จะกลับ เลยจะไปกินกันที่ ใต้ดินสุขุมวิทกัน

หลังจากซื้อบัตรรถไฟฟ้า ไปสถานีสยาม(จากสนามกีฬา) ซสึบาสะก็ ถามว่า บ้านอยู๋ไหน

แต่เขาถามแบบลอยๆอ่ะ(ทั้งๆที่เดินคู่กัน น่าจะถามให้มันเป็นเรื่องเป็นราว คนเรานี้ก็แปลกเนอะ)

เลยถามเขาว่าเมื่อกี้พูดไรนะ แบบว่าคือ เวลาเขาพูดกับเรา ให้เขาย้ำสองรอบ จนเขารำคาญ

คือมันไม่ได้ยินแล้วอีกอย่างเขาก็พูดลอยๆโดยไม่ทันได้ตั้งตัว บางทีก็ไม่รู้ว่าพูดกับเราหรือเปล่า

ตอนนั่งในบีทีเอสตอนนั้นนั่งใกล้กันเลยถามเขาว่า เบื่อมั้ย เขาก็บอกว่าไม่

ก็แน่ล่ะคำถามนี้อยากถามมากๆเพราะเห็นเขาหน้าหน่ายหลายรอบมาก

เวลาที่เราพูดว่า โมอิจิโดะ(อีกครั้งดิ๊)

คราวนี้ต้องเปลี่ยนสถานีจากสยามไปอโศกตอนนั้นต้องยืน

 ตอนแรกเราแยกไปยืนคนเดียว แต่ไม่ห่างจากพลอยและซสึบาสะมากเท่าไหร่ 

แล้วทีนี้มีคนจีนแก่ๆกลุ่มใหญ่เดินเข้ามา แล้วมายืนตรงเรา

ด้วยความที่กลัว เลย เดินออกมาจากตรงนั้นแล้วไปยืนรวมกับสองคนนั้น

ซสึบาสะถามเราว่า อายหรอ ฮ่าๆ เราไม่ตอบ แต่ยิ้มให้ (ก็แน่ล่ะสิ)

แล้วซักพัก คนจีนกลุ่มนั้นก็ลง และจู่ๆซสึบาสะก็หัวเราะ หึหึหึ ขึ้นมา

เราก็เลยงง เลยถามว่าทำไม เขาก็ ชี้ไปทางคนจีนกลุ่มนั้น 

 ทีแท้ก็จะบอกว่าพวกนั้นน่ะ ไปกันหมดแล้ว

พอลงสถานีอโศก เข้าเข้าใต้ดินสุขุวิท ว่าจะไปกินข้าวที่ร้านพรานทะเล

แต่ซสึบาสะนึกขึนได้ว่า แถวนี้มี โรบินสันเลยเปลี่ยนไปที่นั่นกันแทน

ที่โต๊ะกินข้าว เรานั่งข้างๆซสึบาสะ ส่วนพลอยนั่งตรงข้ามเรา

ตอนนั้นระหว่างที่พลอยไปเข้าห้องน้ำ ซสึบาสะถามเราว่า ทำไมถึงเรียนภาษาญี่ปุ่น

อีนี่ก็ให้คำตอบอย่างสั้นๆเลยว่า

ชอบญี่ปุ่น(ไม่ชอบแล้วจะเรียนทำไมล่ะ) แล้วก็อยากไปญี่ปุ่นด้วย

ในระหว่างความเงียบ เราเลยถามซสึบาสะว่า เราน่ะ เป็น กขค หรือเปล่า

แล้วซสึบาสะก็ตกใจมาก พูดเป็นภาษาไทยว่า ไม่ใช่ ไม่ใช่ ทำไม ทำไม คิดแบบนั้น

แล้วพลอยก็เดินมาพอดี ซสึบาสะเลยพูดว่า พลอยน่ะแหละ เป็นกขค ฮ่าๆ

เสียมารยาทมากที่เรากินข้าวไม่หมด เพราะว่าวันนั้นไม่ค่อยสบายแถมต้องมาตะลอนยังดึกเลย

จากนั้นก็ลงรถไฟใต้ดินกลับบ้าน เราลงสถานีเพรชบุรี

ส่วนซสึบาสะต้องไปส่งพลอยที่ รัชดา

ดูท่าซสึบาสะจะชำนาญทางในกรุงเทพมากกว่าเราเสียอีกฮ่าๆ

ตอนเราจะลงรถ ซสึบาสะก็พูดกับเราว่า อะไรไม่รู้

แต่เราไม่ได้ยิน เพราะเสียงรถวิ่งมันดัง แล้วก็ยืนห่างกันเป็นวาเลยด้วย

เลยเขยิบเอาหูไปใกล้ๆซสึบาสะ

ทำให้เรารู้ว่าเขาพูด ว่า ไว้มาเที่ยวกันใหม่นะ แล้วก็จากกันไป....

อ๋า สนุกจังเลยนะไม่คิดเลยว่าจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆอีกไม่คิดว่าจะได้ไปเที่ยวกับพลอย

ตอนอยู่กัพลอย เหมือนเราเป็นน้องสาว หรือลูกสาวของเขาเลยแฮะ เพราะดูเขาโตกว่าเรามาก

แถมจะข้ามถนนยังต้องจูงมือเราข้ามเลย ฮ่าๆ

แต่ถึงจะเหนื่อย ก็สนุกมากๆอยากไปเที่ยวอีกจังเลยน๊า*-*